บันทึกชีวิตการเรียนที่อเมริกา#1 [My Student Life in the US#1] (2012-2014)

1. คุณจะรู้สึกไร้กาลเวลา เพราะอายุของคุณจะไม่มีอยู่จริง คุณจะรู้สึกว่าทุกคนคือเพื่อนกัน แม้ว่าคุณจะอายุห่างกับเพื่อน 10 ปี เพราะว่าคำสรรพนาม you & I
2. คุณจะรู้สึกอิสระมากกก เพราะการห่างจากครอบครัว ทำให้ไม่มีใครมาควบคุมการเป็นอยู่ของคุณ ดังนั้นคุณต้องมีวินัยในการใช้ชีวิต
3. Asian born American ก็คือคนอเมริกัน
4. ผู้หญิงที่มีเชื้อสายเอเชียตะวันออกอย่าง จีน, ญี่ปุ่น แต่เกิดที่อเมริกา สามารถสังเกตได้ง่ายๆคือผิวจะคล้ำแดด แบบอาบแดด เนื่องจากรับวัฒนธรรมที่นี่ แต่ผิวคนเอเชียไม่ได้กลับไปขาวได้ง่ายๆ เพื่อนฝรั่งที่อาบแดดกัน เพื่อนฝรั่งผิวได้กลับเด้งไปขาวเหมือนเดิมแล้ว หลังจากอาบแดดไป 2 สัปดาห์ แต่ผิวชาวเอเชียนั้น คล้ำไปอีก 2 ปี
5. ชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา หรือที่บางที่คนไทยเรียกพี่มืดนั้น ช่างคุยมาก เขาสามารถทักทายและคุยกับทุกคนที่ไม่รู้จักได้ ราวกับ เคยรู้จักกันมาก่อน
6 คุณจะรู้สึกจนมาก เพราะค่าเงินที่ต่างกัน แม้แต่ homeless พี่มืด ที่ได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล อาจจะได้เงินเดือนพอๆกับที่คุณกำลังได้อยู่ขณะได้ทุนเรียน
7. แต่นั้นก็จะทำให้คุณรู้จักใช้เงิน ต้องวางแผน และคุณก็จะเริ่มทำอาหารเป็น เพื่อความประหยัด กลายเป็น พ่อบ้าน แม่บ้าน ทั้งที่ไม่เคยคิดจะทำมาก่อนเมื่ออยู่ไทย
8. อาหารฟาสฟูด ไฮโซ KFC, burgerking, MC ที่เมืองไทย มันคืออาหารสิ้นคิดที่อเมริกา เพราะถูกสุดและหาง่ายสุด แต่ราคาดันเท่ากับที่ไทย หรืออาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำเพราะโปรโมชั่นมันเยอะมาก ทั้งๆที่คนที่นี่ได้เงินเดือนมากกว่า
9. krispy kreme ที่ต้องไปต่อแถวหลายชม.ที่สยาม จริงๆแล้วที่นี่ซื้อได้ตาม food lion ประหนึ่งเป็นโดนัทโหล
10. Garrett popcorn ก็ไม่ได้อร่อยเว่อร์ อย่างที่ใครคิด แต่เค็มเว่อร์นี่คือความจริง
11. คุณเริ่มคิดจะหารายได้เสริมจากการทำงานร้านอาหาร เพราะเห็นหลายคนทำ และรายได้น่าสนใจ นั้นก็จริง เพราะรายได้ต่อชม.ในการทำร้านอาหารที่นี่ พอๆกับการสอนพิเศษที่ไทยเลยทีเดียว ถ้าทำงานประเภทเดียวกันนี้ที่ไทยคงได้ 1$ หรือ 30 บาท ต่อชม. หรือน้อยกว่านั้น
12. สิ่งที่ชอบที่นี่ คือ ความหลากหลายของเชื้อชาติ คุณจะพบกับผู้คนจากทั่วทุกมุมโลกที่นี่
ที่นี่ไม่มีใครที่เชื้อชาติเดียว บรรพบุรุษอาจจะมาจากสักแห่งมาแต่งงานกับคนท้องถิ่น หรืออะไรสักอย่าง
13. คุณจะรู้สึกว่า ในนักศึกษาต่างชาติ 40% คือนร.จีน อีก 40% คือนร.อินเดีย อีก 20% ที่เหลือ คือประเทศอื่นๆ
14. คุณจะถูกถามว่าคุณเป็นคนจีนไหม? อยู่เรื่อยๆ จนคุณเริ่มที่จำประโยคเพื่อใช้ในการโต้ตอบว่า หว่อชื่อไทกั้วเริน (ฉันเป็นคนไทย)
15. ด้วยความที่หน้าตากรุ่มกริ่มและวัฒนธรรมบางอย่างคล้ายคนจีน ทำให้คุณมีเพื่อนคนจีนมากมาย
16. การที่คนต่างชาติสับสนระหว่าง ไทย กับ ไต้หวัน เป็นเรื่องปกติ
17. คนจากอเมริกากลางบางคนหน้าคล้ายคนเอเชียเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาก
18. คนอินเดียจะมีกลิ่นเฉพาะมาก ซึ่งมีคนบอกว่า ช่วงฤดูหนาว พี่มืดบางคน กลิ่นก็ไม่แพ้คนอินเดีย
19. ฝรั่งไม่ใช่จะหอมไปซะหมด ฝรั่งไม่อาบน้ำก็เหม็นได้อย่างน่ากลัว
20. นร.อินเดียกว่าครึ่งที่นี่เรียน computer science คือมันฮิตมาก โดยความคิดเห็นส่วนตัวคิดว่า บางทีเขาก็อาจจะไม่ได้ชอบด้านนี้ไปทั้งหมด แต่ด้วยความที่เป็นอาชีพที่หางานง่ายที่นี่สำหรับคนอินเดียก็เลยเรียนตามๆกันมา ทุกคนอยากได้งานที่นี่ ถามนร.อินเดียสักร้อยคน คงอยากอยู่ที่นี่สัก 95% (อันนี้แอบเข้าใจนะ เพราะเคยไปเที่ยวอินเดีย)
21. เพื่อนๆจะงงกับการใช้ช้อน ส้อม ในการกินข้าวของเรา และคิดว่าทำไมคุณไม่ใช้ตะเกียบ และเราก็จะงงกับการกินข้าว ของเพื่อนอเมริกาใต้ (ที่เขาก็มีอาหารหลักที่กินกับข้าวอย่างพวก rice &bean) ที่สามารถกินข้าวได้ด้วยมีดและส้อม อย่างถนัดมือ
22. ถ้าคุณมาจากกรุงเทพฯ แล้วมาอยู่เมืองเล็กๆในอเมริกา คุณก็จะรู้สึกว่า ไม่มีรถ เหมือนไม่มีขา
23. รถที่นี่ราคาถูกมาก เมืองไทยรถจะแพงไปไหน น้ำมันอีก
24. ทุกอย่างใน supermarket ที่นี่จะไซส์ใหญ่มาก เช่น รถเข็น ขนาดของpackage แต่สักพักคุณจะเริ่มชิน
25. portion อาหารในร้านอาหารก็เยอะอีกเหมือนกัน แต่จากที่กินเหลือ คุณก็จะเริ่มกินหมด คุณก็เริ่มน้ำหนักขึ้น
26. การขอ box หลังจากที่กินอาหารไม่หมด เป็นเรื่องปกติ
27. หอรอบๆมหาลัยจะอยู่กันเป็นชุมชน จะมีจุดที่แบบ จุดนี่ส่วนใหญ่คนอินเดียอยู่ จุดนี่คนจีน เป็น China town, little India, Arab street กันไป
28. นร.จีนที่เรียนป.ตรีส่วนใหญ่จะรวยมาก
29. การมาเรียนป.เอก, โท-เอก ที่นี่ ไม่จำเป็นต้องได้ทุนมาจากไทย แต่คุณสามารถมาขอทุนฟรีที่นี่ได้ และมีเงินค่าใช้จ่ายกินอยู่ให้ด้วย
30. ระบบการศึกษาที่นี่ดีมาก การมาเรียนที่นี่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง โดยเฉพาะยิมที่มหาลัย ดีมากกก ซึ่งที่ไทยไม่เคยเห็นความสำคัญ

31. การช๊อปปิ้งที่นี่เป็นอะไรที่ ช๊อปกันไม่ลืมหูลืมหา ช๊อปเพลิน เพราะการช๊อปออนไลน์มันง่ายมากกกก แค่คลิกๆ
32. ตอนคุณมาที่นี่ คุณก็จะนึกได้ว่า ฉันจะหอบอะไรมาเยอะแยะ เพราะที่นี่ก็มีขายทุกอย่าง คือคุณมาตัวเปล่ายังได้เลย
33. จริงๆแล้วคนที่พูดภาษาอังกฤษในโลกนี้ ที่ไม่ใช่คนอเมริกามีจำนวนมากกว่าคนอเมริกาซะอีก
34. หน้าหนาว คุณจะรู้สึกหนาวอย่างทรมาน เนื่องจากมาจากเขตร้อน การอยู่มาได้สักพักก็ไม่ได้ทำให้คุณคุ้นเคยกับความหนาวมากนัก คุณก็ยังดูหนาวกว่าเพื่อนฝรั่งอยู่ คุณแค่เข้าใจความหนาวมากขึ้น และรู้ว่าควรจะใส่เสื้อประมาณไหน เพื่อจะพยายามไม่ดูหนาวเว่อร์เกินกว่าคนทั่วไป
35. แบล๊ค ฟรายเดย์ ไม่ใช่แค่การ shopping ข้ามคืนอย่างเดียว แต่มันคือ shopping มาราธอนออนไลน์ ที่ต่อเนื่องยาวนานตลอดสัปดาห์ เงินเก็บตลอดปีส่วนหนึ่งของคุณจะถูกนำมาถลุงในสัปดาห์นี้
36. football คือ football, soccer คือ soccer และ football ยาวนานกว่าที่คิด เพราะมันเกือบ 4 ชม.
37. คนเม็กซิกันที่ทำงานที่นี่ เหมือนคนพม่าที่มาทำงานที่ไทย เขาอยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หลบหนีข้ามชายแดนมา และ undocumented immigrants นี่มีจริงๆ เยอะด้วย (จากในข่าวอย่างน้อย 11 ล้านคนทั่วประเทศ)
38. ระบบ Volunteer ของที่นี่ดีมาก
39. ห้องสมุดที่นี่มีทุกย่อมหญ้า
40. ผลไม้ tropical ที่แพงสุดที่เคยเจอ คือ เงาะ จากกัวเตมาลา ราคาลูกละประมาณ 50 cent หรือ 15 บาท ซึ่งปกติที่ไทยซื้อได้ประมาณโลหนึ่ง และมันกำลังจะเน่าด้วย
41. คุณสามารถหามะม่วงกินที่นี่ได้อย่างไม่ยาก แต่เป็นมะม่วงเม๊กซิกันที่เป็นมะม่วงเหลือง มะม่วงเขียวที่นำเข้า ต้องเป็นร้านเฉพาะเท่านั้นที่มีและแพงมาก อาจถึงลูกละ 3-5$ (90-150บาท)
42. ซอส Sri-ra-cha ที่โด่งดังที่นี่ไม่ใช่ของไทยแต่เป็นของเวียดนาม ของไทยใช้ชื่อ Sri-ra-ja
43. แม่ศรีประหนึ่งเป็น chef ในบ้าน อาจมีสักอย่างที่เป็นของแม่ศรีในครัวคุณ
44. คนจีนถามว่า ใส่อะไรในอาหาร/ ก็ใส่น้ำปลาไง/ กลิ่นน้ำปลาเหม็นมาก ทำไมไม่เคยได้กลิ่นหรือกินอันนี้ที่ร้านอาหารไทยเลย/ คือ…จริงๆแล้วคุณไม่รู้ว่ามันได้ถูกใส่ลงไปในอาหารแล้ว อาหารไทยเกือบทุกอย่างใส่น้ำปลา พอใส่เข้าไป แล้วเดี๋ยวมันจะหอมขึ้นมานะ
45. ฝรั่งหุ่นดีๆ เหมือนในหนัง ไม่ได้มีอยู่เกลื่อนกลาดทั่วไป คุณต้องหาดีๆ
46. คนต่างชาติที่สำเนียงภาษาอังกฤษดี ส่วนใหญ่ (แต่ไม่ทุกคน) ชอบร้องเพลง หรือเล่นเครื่องดนตรี เพราะการพูดภาษาอังกฤษบางที ก็เหมือนคุณร้องเพลง ถ้าคุณจับคีย์ที่เขาพูดได้ คุณก็จะเหมือนร้องเพลงถูกคีย์ คุณสามารถควบคุมการใช้เสียงได้ดีกว่าคนอื่นๆ
47. การติดต่อ call center เพื่อให้ได้คุยกับคนจริงๆ มันยากยิ่งนัก และเหนื่อยนักเมื่อโทรศัพท์ถูกโอนสายไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ และต้องภาวนาขออย่าให้สายหลุด ไม่งั้นต้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังใหม่ทั้งหมด (โดยเฉพาะ Time Warner)
48. ของอย่างเดียวกัน ถ้าไปอยู่ใน Harris Teeter ราคาจะแพงกว่าใน Walmart
49. คืนวันคริสมาสต์เป็นอะไรที่เงียบมาก (บางเมือง) เพราะทุกร้านปิดหมดแม้กระทั่ง McDonald 24 hr ขอให้มุ่งไปร้านอาหารจีน เพราะมีโอกาสที่จะเปิดอยู่ในคืนนั้น
50. อาหารใน food lion หลายอย่างถูกกว่าเมืองไทยซะอีก
51. ค่าแรงขั้นต่ำที่นี่ประมาณ 8$/hr หรือ 240 บาท/ชม.
52. อาหารเม็กซิกันที่นี่ ส่วนใหญ่ไม่ใช่เม็กซิกันแท้ แหล่งกำเนิดมันมาจาก texas
53. คุณไม่สามารถกินอาหาร base ขนมปังต่อเนื่องเป็นเวลานาน คุณขอกินข้าวอย่างน้อยวันละมื้อ
54. ถึงแม้คุณจะเป็นคนไม่กินเผ็ดเมื่ออยู่ไทย คุณได้อัพเลเวลเป็นคนที่กินเผ็ดเมื่อบอกกับเพื่อนฝรั่ง เพราะการบอกแม่ค้าส้มตำว่าไม่เผ็ดที่ไทย นั่นหมายถึงเขาลดพริกให้คุณเหลือ 1 เม็ด ซึ่งนั่นคือเลเวลที่คุณเคยชิน ถ้าคุณไม่ต้องการเผ็ดเลย คุณต้องบอกไม่เอาพริก
55. greek yogurt นั่นอร่อยมาก คุณจะลืม yogurt เมืองไทยไปเลย
56. Ben & Jerry Ice cream แบบ pint ถูกกว่าไทยประมาณ 3 เท่า แถมบางทีมีโปรโมชั่น ยิ่งถูกหนัก กินกันเข้าไปให้น้ำตาลขึ้นกันไปเลย รส Chocolate Fudge Brownie อร่อยมาก แต่แค่สัมผัสลิ้นก็รู้สึกว่าน้ำหนักกำลังจะขึ้นมานิดๆล่ะ เพราะมันเข้มข้นด้วยนมน้ำตาลมาก
57. Ice cream ถูกๆ ที่เขาบอกว่าไม่ต้องไปกิน ให้ไปกิน Ben&Jerry เพราะเมืองไทยแพง กลับไปไทยคงไม่ได้กิน ก็ยังอร่อยกว่า Wall’s บ้านเราอีก
58. คุณใช้เวลาสักพักในการทำความคุ้นชินกับระบบเดินรถที่ชิดขวา ซึ่งตรงข้ามกับเมืองไทย นั่นทำให้ตอนคุณข้ามถนน คุณก็จะมองมันทั้งซ้ายและขวาเลย
59. ตอนข้ามถนนที่นี่แรก คุณก็จะชะงักชะงัน เพราะไม่รู้ต้องทำตัวยังไง ปกติรถเป็นใหญ่ อยู่ที่นี่คนเป็นใหญ่ คนขับรถมันก็งงว่าทำไมเราไม่ข้ามสักที เพราะเขารอให้เราข้ามก่อน ถ้าเป็นเมืองไทย เมิ่งข้ามมาตอนตูจะไปเมิ่งตาย
60. คุณจะไม่เคยชินกับองศาฟาเรนไฮต์(oF)จนกระทั่งวันที่คุณจะกลับ เพราะคุณก็ยังคงตั้งการเช็คอุณหภูมิอากาศใน tablet เป็นองศาเซสเซียส (oC)
61. คุณเช็คอากาศก่อนออกนอกบ้านทุกวัน เพราะอุณหภูมิมันจะไม่แน่นอน ไม่เหมือนที่เมืองไทย อุณหภูมิมันพอๆกันทุกวัน แค่ต้องนึกว่าวันนี้แอร์จะหนาวไหม เอาเสื้อหนาวไปหน่อยแล้วกัน
62. คุณจะยังงงกับการแปลงหน่วยอยู่ตลอดเวลา ระหว่าง Lbs –> kg. / Miles –> Km.
63. วีซ่าอเมริกาเป็นหนึ่งในวีซ่าที่กระบวนการยุ่งยากที่สุดที่เคยทำมา
64. ถ้าคุณพลาด deal shopping ของ แบล๊ก พรายเดย์ ไม่ต้องกลัว เพราะมันยังมี Cyber Monday ให้คุณช๊อปต่ออีกขยักหนึ่ง และ deal บางอย่างตอน labor day อาจจะดีกว่า แบล๊ก พรายเดย์ ด้วย
65. พี่มืดบางคนก็ดำรงชีพด้วย food stamp และวันๆก็ไม่ได้ทำอะไร
66. การเดินบนหิมะตอนมันเคลือบไปบนถนนแล้วลื่นๆ (Black Ice) น่ากลัวมาก หัวฟาดพื้นได้ง่ายๆ
67. คุณจะเริ่มจ่ายทุกอย่างด้วยบัตร และมีพกเงินสดเพียงเล็กน้อย หรือเมื่อคุณจ่ายด้วยเงินสด คุณก็จะรับเงินทอนที่เป็นเหรียญมาแบบไม่นับ และแยกเหรียญเก็บไว้ในกล่อง คุณสะสมจนมีเหรียญเยอะมาก คุณไม่เคยรู้ว่าจริงๆแล้วเหรียญมันหน้าตายังไง (ถ้าไม่ได้ทำงานร้านอาหาร)
68. ไส้กรอกที่นี่เค็มมาก
69. คุณจะเข้าใจมุกตลกในซีรีย์อเมริกันบางอันที่ ถ้าไม่ได้มาอยู่นี่จะไม่เข้าใจมันเลย (โดยเฉพาะมุกใน 2 Broke Girls)
70. เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีปลั๊กออกมาโดยตรงจากเครื่องส่วนใหญ่จะใช้ไฟ 110v แต่ถ้ามีสายแยกก่อนที่จะเชื่อมกับเครื่องที่ถอดออกได้ ส่วนใหญ่จะใช้ 110-220v
71. เบียร์ที่อเมริกาสามารถบิดเกลียวหมุนเปิดขวดได้เลยไม่ต้องใช้ที่เปิดขวด และที่นี่เหมือนสวรรค์คนชอบเบียร์ เพราะคุณสามารถหาซื้อเบียร์จากทั่วโลกได้ที่นี่ คุณสามารถกินเบียร์วันละยี่ห้อได้เลย
72. Starbuck ที่นี่ราคาเท่าที่เมืองไทย และไม่ใช่ร้านกาแฟที่ซื้อกันเพื่อให้ดูมีคลาสขึ้นเหมือนเมืองไทย ที่นี่ฝรั่งเขากินกันเหมือนเรากิน Amazon
73. การเอาของปลอมมาใช้ที่นี่เขาจะ assume ว่าเราใช้ของจริง แต่ถ้าซื้อของจริงจากที่นี่ไปใช้ที่เมืองไทย อาจมีคน assume ว่าเรากำลังใช้ของปลอม
74. การที่คนอเมริกันบอกว่าอาหารของเขา unhealthy นั้นไม่เป็นความจริง จริงๆแล้วที่นี่เป็นที่รวมอาหารจากทั่วทุกมุมโลก ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกกินแบบไหน คุณดันไปเลือกกินที่มัน unhealthy เอง แหล่งอาหารที่คุณมีเนี่ย มันก็ดีกว่าหลายประเทศในโลกใบนี้ และอาหารอเมริกันที่ไม่ใช่ฟาสฟูดที่มัน healthy เนี่ย มันก็มี
75. biscuit ที่นี่ไม่ใช่ cookie มันจะเป็นขนมปังก้อนๆเค็มๆหน่อย
76. ราคาน้ำอัดลมในตู้กดจะแพงมาก (1$-2$ หรือ 30-60บาท/bottle) ส่วนน้ำอัดลมที่ supermarket ก็จะถูกมากกกกก โดยเฉพาะช่วงมีโปร อาจซื้อได้ pack 12 cans x 4 packs ในราคา 10$ นั้นหมายถึงตกกระป๋องละประมาณ 7 บาทเท่านั้น
77. ตั้งแต่อยู่มายังไม่เคยเจอคนจีนกับคนอินเดียที่เป็นตุ๊ดเลย ไม่รู้เพราะว่าเขาแอบกันดี หรือเขาเลือกไปอยู่มหาลัยอื่นอย่างแถบแคลิฟอร์เนีย หรือ นิวยอร์คกันหมด (รัฐที่อยู่นี้แอบ conservative)
78. คุณแอบเอามือถือออกมากดเพื่อคำนวณตอนจ่ายทิป เพราะกะไม่ถูก
79. คุณเริ่มลองตัดผมด้วยตัวเองเพราะค่าตัดผมแพง คุณเริ่มค้นหาคนที่สามารถตัดผมให้คุณได้ คุณเริ่มไม่แคร์กับทรงผมตัวเองมากนัก
80. เพื่อนชาวอินเดียของคุณ อาจทักว่าชืื่อคุณเหมือนคนอินเดีย นั่นเพราะคนไทยส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ แล้วพระพุทธเจ้าเกิดที่อินเดีย
81. ครั้งแรกที่เพื่อนอเมริกาใต้เข้ามาทักทายคุณด้วยการโผกอดและหอมแก้ม จนเกือบจะเอาปากมาจูบคุณอยู่แล้ว คุณเกิดอาการตกใจนิดหน่อย (ไม่ใช่ว่าที่มาหอมแก้ม แต่มาถึงขนาดนี้แล้ว ไม่จูบให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย 55, อันนี้ล้อเล่น) แต่หลังๆคุณเริ่มชินในการทักทายแล้วต้องกอด จนตอนหลัง มันคือคุณเอง ที่เป็นคนที่เริ่มโผเข้ากอดเพื่อนก่อนเลย (และแอบลวนลามเล็กน้อย 55, อันนี้ล้อเล่นอีกเหมือนกัน)
82. ของใน supermarket ยิ่งคุณซื้อเยอะมันจะยิ่งถูกมาก ทำให้คุณมักซื้อมาเยอะเกินความต้องการ เช่น ผักสลัด ถ้าคุณซื้อแพ๊คเล็กอาจจะ 2$ แต่ถ้าคุณเพิ่มเงินอีกเป็น 5$ แต่ไปซื้อที่ Sam’s club คุณจะได้ผักสลัดเพิ่มอีก 4 เท่า
83. ใครบอกว่าของกินที่อเมริกาแพง ให้ย้อนกลับดูข้อ 56./76./82. ของใน supermarket ไม่ได้แพงอย่างที่คิด อาหารที่แพงคือการกินข้าวนอกบ้านที่ร้านอาหาร(ที่ไม่ใช่ฟาสฟูด) ที่มีพนักงานบริการ ซึ่งของสด tropical บางอย่างก็ราคาแพง ซึ่งมันก็สมเหตุสมผล เพราะมันข้ามน้ำข้ามทะเลมาไกล แต่ประเด็นคือคนที่นี่เขาก็ไม่ได้รู้สึกแพง เพราะที่ส่งออกจากเอเชีย ถูกนำเข้ามาในอเมริกา ราคาก็จะอัพขึ้นไปอยู่ที่ราคาปกติของชาวอเมริกัน คนที่รู้สึกว่ามันแพงจะมีแต่คนเอเชียเท่านั้น
84. ซื้อของที่นี่ไม่ต้องคิดมาก ถ้าซื้อมาแล้วไม่ถูกใจสามารถเอาไปเปลี่ยน/แลกคืนได้ เป็นแบบ customer power มาก
85. คุณจะรู้สึกจนหนักลงไปอีก (จากที่กล่าวในข้อ 6.) เมื่อเพื่อนฟินแลนด์และเพื่อนชาวญี่ปุ่นบอกว่า ค่าอาหารที่อเมริกาถูกกว่าบ้านเขาอีก
86. นั่นทำให้รู้สึกว่า จริงๆแล้วการที่คนไทยบอกว่าการอยากเที่ยวโลกนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ยากนั่น ยุโรปค่าครองชีพแพงนั่น ไม่จริง ขึ้นอยู่ว่าเราชอบการท่องเที่ยว อยากเที่ยวขนาดไหนมากกว่า เพราะถ้าคนไทยมีเงินไปเที่ยวญี่ปุ่นได้เป็นปีละหลายหมื่นคน นั่นหมายความว่าคุณกำลังไปเที่ยวในหนึ่งในประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก ถ้าคุณไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ คุณก็ไปได้ทุกแห่งในโลก เพราะที่อื่นๆก็ถูกกว่านั้นหมด ปัญหาคือค่าเครื่องบิน ที่ถ้าไปไกลอย่างยุโรป มันก็ควรจะแพงกว่า ซึ่งก็สมเหตุสมผล เพราะมันก็ไกลกว่า คุณก็ควรจะต้องจ่ายค่าเครื่องแพงกว่าไม่ใช่หรอ
87. นมที่เขียนข้างขวด 2% ไม่ได้มี fat น้อยกว่า 1% / จริงๆ นม 1% low fat นั่นมี fat น้อยกว่า 2% เพราะว่าเขาหมายถึง low fat 1% คือ fat เหลือ 1 % แต่ 2% Reduced Fat หมายถึงลด fat ไปจนเหลือ 2% / ดังนั้นถ้าเรียงตาม fat content จะเป็นว่า Half & Half (~10-18%) > Whole Milk (~3%) > 2% Reduced fat (~2%) > 1% Low fat (~1%) > Skim Milk or No fat
88. ถ้าคุณซื้อไก่แบบไม่ skinless มา จะเหมือนคุณซื้อโคตรหนังและมันไก่ติดมาด้วย ถึงแม้คุณซื้อ skinless มา คุณก็ยังจะต้องมานั่งแซะมันออกอีก เพราะมันเยอะมาก ไก่ที่นี่มันไม่ใช่ไก่เนื้อ แต่เป็นไก่มัน
89. คุณสับสนว่าจะซื้อ Unsalted หรือ Salted Butter ดี (ปกติแล้ว Unsalted จะถูกใช้กับการทำขนม ส่วน Salted จะใช้กับพวกทาขนมปัง)
90. ระบบช่วยเหลือคนพิการที่นี่ดีมากกกก
91. นักกีฬามหาลัยได้รับการสนับสนุนและมีเกียรติมาก ถ้าเป็นเมืองไทย นักกีฬามหาลัยแทบไม่มีใครรู้จัก
92. ไข่ไก่เปลือกน้ำตาลแพงกว่าไข่ไก่เปลือกขาว
93. คนอเมริกันมีความ individual สูงมาก
94. ช่องระหว่างประตูห้องน้ำกว้างมาก จนคุณไม่กล้าเหลือบไปมอง กลัวจะเห็นไปถึงไส้ติ่งของคนในห้องน้ำ
95. ประตูที่ตึกเรียนจะหนักมาก ถ้าคุณตัวเล็ก คุณจะไม่ใช้แค่มือเปิด คุณต้องโถมเข้าไปทั้งตัวเพื่อเปิดประตูแต่ละที
96. ช่วงซัมเมอร์ มันจะมีกางเกงอเมริกันชน เป็นกางเกงกีฬาที่นร.ผู้ญ จะชอบใส่ เป็นกางเกงขาสั้นสเมอ.. สีสันฉูดฉาด แล้วทุกคนก็ใส่เหมือนกันหมด ไม่เข้าใจว่ามันฮิตอะไรขนาดนั้น จนคุณไปหาซื้อมาเก็บไว้ใส่บ้าง
97. ที่นี่มันจะมีที่ล้างจานอัตโนมัติอยู่ ซึ่งปกติมันจะกลายเป็นที่เก็บจาน และกรุณาอย่าใส่น้ำยาล้างจานปกติเข้าไป ควรใช้น้ำยาล้างจานเฉพาะที่ใช้กับเครื่องล้างจาน มิฉะนั้นฟองจะทะลักออกมาจากเครื่องและกระจายเต็มครัว อย่าตกใจ ให้นำเกลือมาโรย แล้วฟองนั้นจะยุบลง
98. เนื่องจากอากาศหนาวบ้านที่นี่จะปูด้วยพรม วันหนึ่งห้องน้ำท่อแตก น้ำเจิ่งพรมทั่ว ได้อยู่กับ Blower ยักษ์ที่ถูกนำมาเป่าให้พรมแห้งอยู่ 1 สัปดาห์
99. ห้องสมุดเป็นพักหลับระหว่างวิชาที่ดีสุดๆ
100. เสื้อไซด์ s ผู้ ญ ที่นี่ ประมาณไซด์ L เมืองไทย แล้วเสื้อผู้ชายมีถึง XXXL
101. เมื่อก่อนคุณรู้สึกว่าอุทานว่า อุปส์ (oops) นี่มันแรดเนอะ สักพักคุณก็ติดอุทานแบบนั้นไป แถมออกเสียงได้อินกว่าเพื่อนจีนด้วย ฮา
102. เพื่อนนร.ที่อยากได้งานที่นี่มาก อยากได้ green card ถึงกับเคยคิดพยายามจะติดต่อหาคู่เพื่อแต่งงานกำมะลอเพราะ green card
103. นร.จีนจะถึกในการลงเรียนหลายหน่วยกิตมากก เพราะราคาหน่วยกิตที่นี่มันเป็นราคาเหมา
104. วันหนึ่งไปกินข้าวกับคนรู้จักกัน ซึ่งเขาก็อายุเยอะมากแล้ว อายุจะเกษียณได้อยู่แล้ว ที่ร้านอาหารไทยแห่งหนึ่ง พี่คนเสริฟ์ก็ชวนคุยอัธยาศัยดีมาก แล้วเขาก็ถามว่านี่แฟนหรือค่ะ ช๊อกไป 3 วิ
105. พฤติกรรมพี่มืดช่างน่ากลัว และชอบมีอะไรแปลกๆมาให้พบเจอ วันหนึ่งขณะรอรถเมล์อยู่ พี่มืดคนหนึ่งเดินเข้ามาถามเวลารถมา สักพักเริ่มถามมีแฟนหรือยัง ก็บอกไปมีแล้ว เดี๋ยวใกล้จะกลับประเทศแล้วเนี่ย / พี่มืดบอก นี่ อีกตั้ง 6 เดือนมาลองเป็นแฟนกันก่อนไหม พอเสร็จแล้วค่อยตัดสินใจ / (คิดในใจ อีนี่ ใครมันจะไปอยู่กะเมิง ก็เงียบๆไม่ตอบ) / คุยต่ออีกแน่ะ / นี่รู้ไหมว่าแต่งงานกับ citizen นี่ได้ greencard นะ / ช๊อกไป 3 วิ ก่อนเดินหนี ด่วนๆ
106. คุณจะรู้สึกตะขิดตะขวงที่ฝรั่งมันพาดขาบนโต๊ะไปทั่ว ขนาดพาดขาบนโต๊ะขณะอาจารย์นั่งอยู่ข้างๆ มันเป็นภาพที่รู้สึกตะงิดๆ เพราะที่ไทยเขาไม่ทำกัน
107. คุณเริ่มกินข้าวตามเวลาพระอาทิตย์ตกดิน ช่วงซัมเมอร์ที่กลางวันยาว บางวันคุณกินอาหารเย็นตอนสามทุ่ม เพราะะมันยังสว่างอยู่เลย
108. คุณงงกับเครื่องหมาย ‘เป็ดซิ่ง’ (PED XING) ว่านี่มีป้ายภาษาจีนด้วยหรอ จนคุณร้องอ้อ เมื่อเพื่อนคุณบอกว่ามันคือ ‘pedestrian crossing’
109. เรียนในห้องเรียนนั้นชิวๆ ของจริงคือการบ้าน เพราะมันมโหฬารมาก
110. ผู้ ญ ฝรั่ง ใส่ legging แล้ว ทำให้น่องเป็นน่อง ต้นขาเป็นต้นขา มาก
111. คุณเริ่มศึกษาการใช้คูปองต่างๆ ซึ่งปกติที่ไทยไม่เคยสนใจ
112. โซน Frozen food ใน supermarket มันจะยิ่งใหญ่มาก แต่ของ frozen บางอย่างก็กากมากเหมือนกัน
113. ฝรั่งจะทนฝนมาก และไม่นิยมถือร่ม ส่วนใหญ่จะใช้ raincoat หรือไม่ก็เดินตากฝนไปเลย
114. ตอนคุณพูดถึง Indian คุณต้องเน้นย้ำว่าคุณหมายถึง Indian Indian แบบ Indian from India หรือ Indian แบบ Native American
115. ถ้าคุณไม่กิน beef คุณจะเริ่มลำบากนิดนึง เพราะส่วนใหญ่ที่นี่อาหารจะใช้ beef
116. Network สำคัญมาก ส่วนใหญ่พวกนร.อินเดียที่ได้งานทำที่นี่ ก็ด้วย Network จากชาวอินเดียด้วยกัน
117. Greek Village ไม่ใช่สมาคมชาวกรีก แต่เป็นสมาคมนักศึกษาเรียนดี กิจกรรมเด่น ของ Undergrad ซึ่งใช้อักษรกรีก ทำให้เข้าใจว่าทำไมหนังสือ Harry Potter ถึงมีบ้าน gryffindor, slytherin
118. เมื่อก่อนคุณอาจจะแยกสำเนียงอเมริกันกับอังกฤษไม่ค่อยออก แต่ตอนหลังคุณสามารถแยกออกได้ทันที คุณเริ่มรู้สึกว่าสำเนียงอเมริกันเพราะ แต่คุณก็ยังแยกสำเนียงแคนาดาไม่ออกอยู่ดี โดยเฉพาะในซีรีย์แคนาดา สำเนียงเหมือนอเมริกันเลย
119. นร.ชาวอเมริกันที่เรียนป.โทกับเอกที่นี่ ในความเห็นส่วนตัว รู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ชอบด้านนี้จริงๆ ไม่งั้นเขาคงไม่เรียนต่อ เขาสามารถหางานดีๆได้ตั้งแต่ ป.ตรี ไม่จำเป็นต้องเรียนลึกเป็น specialist ขนาดนั้น เหมือนเขาสอนให้เรียนในสิ่งที่อยากเรียน ประกอบกับเงินเดือนที่ได้มันโอเคและสอดคล้องกัน ซึ่งต่างจากนร.ต่างชาติที่ส่วนใหญ่มาเรียนที่นี่ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน บางคนอยากได้งานทำที่นี่ ก็อาจจะเลือกเรียนในสิ่งที่เราพอเรียนได้ อาจจะไม่ได้ชอบมาก เหมือนเราต้อง weight ระหว่างสิ่งที่ชอบกับรายได้
120. คุณจะงงศัพท์บางคำ ระหว่าง British English กับ American English เพราะคนไทยถูกสอนมาแบบ mix กันทั้งสองแบบ

121. Pronunciation คุณจะแย่มากกับการ stress คำ คุณจะ stress ผิดเป็นประจำ เพราะที่ไทยไม่เคยสอนให้เห็นถึงความสำคัญอันนี้ ประมาณว่าแค่อ่านออกเสียงได้ก็บุญแล้ว
122. เพื่อนคุณแอบงงว่าทำไมคุณเอาทิชชู่ที่ใช้ในห้องน้ำมาวางไว้บนโต๊ะกินข้าว ตอนหลังคุณเลยมีมันทั้ง Paper towel กับ Tissue เลย
123. ตอนมาใหม่ๆ ก็เปิดไฟล์จากไทยเพื่อปริ้นท์งานออกมาบนกระดาษ ก็แบบ..เฮ้ย ทำไม format มันแปลกๆวะ ตัวอักษรมันเลยกระดาษว่ะ พอพิจารณาไปมา ปรากฎ ขนาดกระดาษที่ใช้ที่นี่เป็น US letter ซึ่งจะสั้นกว่า A4
124. มีคนบอกให้ระวังการเช่าอพาร์ทเม้นท์ที่ต้องแชร์ห้องน้ำกับนร.ชายชาวจีนและอินเดีย เพราะมันจะเน่ามาก / เคยไปเห็นห้องของเพื่อนจีนผู้ชายคนหนึ่ง ของแบบกระจายเต็มห้อง แทบไม่มีที่ยืน / ไปบ้านเพื่อนอินเดีย กลิ่นอินเดียแอบติดตัวมาด้วยอย่างรุนแรง
125. ไม่เคยคิดว่ารถที่เน่าที่สุดที่เคยเจอ กลับเป็นรถเพื่อนชาวอเมริกันผู้ญ ที่ดูสะสวย เรียบร้อย เพราะพอเปิดประตูรถเข้าไป ต้องเขี่ยเอาขยะบนเบาะลงมากองไว้ที่เท้า และขยะเต็มกระจายทั้งเบาะหน้า เบาะหลัง พร้อมมีกลิ่นเน่าของขยะโชยมา คาดว่าไม่ต่ำกว่า 5 วันที่ทิ้งไว้ ทำให้กลิ่นมันโชยขนาดนี้
126. State Fair จะเป็นเหมือนงานวัดฝรั่ง ที่มีเครื่องเล่นต่างๆ ที่น่าแปลกคือ ฝรั่งมันก็มีซุ้มเมียงู อะไรอย่างนี้เหมือนกัน แล้วของกินที่ขายส่วนใหญ่ก็จะเป็นของทอด ทอดทุกอย่างแม้กระทั่ง Oreo ทอด, snickers ทอด, mars ทอด
127. Tortilla (แผ่นแป้งเม็กซิกัน) เอามาทานมข้น พอถูไถเป็นโรตีนมได้อยู่
128. ที่นี่ไม่ว่าจะโทรออกหรือรับสายโทรศัพท์ก็ต้องเสียเงิน ค่ายมือถือจะมีโปรที่คุณสามารถซื้อมือถือได้ในราคาถูก โดยคุณต้องแลกกับการจ่ายค่าบริการแบบเต็ม max ทุกเดือน และคุณก็ไม่เคยใช้ได้ถึง
129. ถ้าคุณมีวีซ่านร.ของอเมริกา คุณสามารถเดินทางเข้า Mexico ได้โดยไม่ต้องทำวีซ่าท่องเที่ยว Mexico
130. นอกจากชื่อ lalita จะเหมือนชื่อคนอินเดียแล้ว อาจารย์ยังบอกว่าชื่อคล้ายๆคนละตินอีกด้วย แต่เพื่อนนร.ไทยบางคนอาจจะไม่รู้ชื่อจริง เพราะเราใช้กันแต่ชื่อเล่น และชื่อเล่นคนไทยอาจจะไม่ต้องมีความสัมพันธ์กับชื่อจริงเราเลยก็ได้ ซึ่งต่างจากฝรั่งที่ ชื่อเล่นเขาจะมาจากชื่อจริง
131. คนจีนบางคนจะมีชื่อภาษาอังกฤษ นั่นก็จะดีสำหรับคุณในการจำชื่อมาก เพราะพอรู้จักคนจีนพร้อมกันหลายๆคน ชื่อภาษาจีนจะทำให้คุณงงไปหมด
132. เวลากรอกแบบสอบถามแล้วเขาถามเชื้อชาติ คุณแอบงงความแตกต่างระหว่าง Hispanic กับ Latino ว่ามันต่างกันยังไง ซึ่งจริงๆแล้วมันต่างกันนิดหน่อย Hispanic จะ refer to language (ภาษา)คือประเทศที่พูดภาษาสเปน ในขณะที่ Latino จะ refer to geography (ภูมิศาสตร์) คือประเทศที่มาจาก Latin America ซึ่งจะครอบคลุมถึงประเทศในแถบ Caribbean, South America, Central America / ประเทศบราซิลเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ดี คือ บราซิลเป็น latino แต่ไม่ใช่ Hispanic เพราะเขาพูด Brazilian Protuguese
133. เพื่อนฝรั่งให้ความเห็นว่า เด็กนร.เอเชียที่มีแฟนในมหาลัยที่นี่ เหมือนเด็กฝรั่งที่เป็นแฟนกันตอน High school คือพฤติกรรมประมาณนี้มันผ่านมาแล้วสำหรับเขา
134. คุณจะรู้สึกล้มเหลวทางภาษา เมื่อคุณเห็นเด็กเล็กๆที่มาอยู่ที่นี่ได้ไม่กี่เดือน สำเนียงดีกว่าคุณที่เรียนมาตั้งแต่ประถม เพราะเด็กสามารถซึมซับภาษาใหม่ๆได้ดีมากๆ คุณพบว่าคุณต้องเกิดที่นี่โตที่นี่ถึงมีสำเนียงอเมริกันแบบเกือบ 100% คุณยังคงมีสำเนียงไทย ได้มากสุดคือพูดให้ชัด ออกเสียงให้ชัด นั่นทำให้คุณสามารถแยกออกระหว่างคนที่เกิดที่นี่ กับนร.ต่างชาติที่สำเนียงดี ให้มีสำเนียงดีแค่ไหน ก็จะมีสำเนียงนิดนึงที่แบบ ฟังออกว่า ไม่ได้โตที่นี่
135. เนื่องจากที่จีนห้ามใช้ facebook ทำให้เพื่อนจีนส่วนใหญ่จะมาเปิด user facebook ครั้งแรกที่นี่ แล้วพอเพื่อนกลับไป ก็เหมือนเพื่อนจีนจะหลุดออกไปจากสารบบ facebook อีกครั้ง (แล้วจะได้เจอกันอีกไหมเนี่ย)
136. Fortune cookie …American invention and Japanese recipe มิใช่มาจาก China แต่อย่างใด
137. Superbowl หรือ นัดสุดท้ายของ American Football ที่นี่จะจัดอย่างยิ่งใหญ่มาก ก่อนเกมเริ่มคนต่อแถวซื้อพิซซ่าหน้า Papa John อย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน โชว์ช่วง break กับโฆษณาจะเป็น highlight มาก
138. ด้วยความที่เป็นคนติดชานมมาก ก็จะซื้อผงชาไทยมาชงเอง แล้ววันนึงก็ซื้อของยี่ห้อพันท้ายนรสิงห์มา ทำให้ทฤษฎีในหัวที่มีว่า ชาไทยทำมาจากชาดำแล้วใส่สี โดนล้มล้าง เพราะ ingredients หลังห่อ ดันบอกว่ามันทำมาจาก green tea ? [slaps hand down on table] really!? อารมณ์เหมือน จริงๆแล้วปูอัดมันทำมาจากปลา ไม่ใช่ปู

139. คุณจะแยกหน้าตาพี่มืดไม่ออก รู้สึกทุกคนหน้าคล้ายกันหมด (เหมือนฝรั่งรู้สึกว่าคนจีนหน้าคล้ายๆกันหมด)

140. ช่วงต้นปี คุณจะมี New Year Party อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ 1 ม.ค. ปีใหม่สากล ตามมาด้วย Chinese New Year ช่วงก.พ. / Iranian New Year เดือน มี.ค. / Holi ประมาณมี.ค. / ต่อด้วย Thai New Year เดือน เม.ย.
141. เพื่อนฝรั่งเล่าถึง grandparents เขา ที่พูดถึง Obama ว่า grandparents เขาเนี่ย ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าในช่วงชีวิตเขาจะได้เห็น US president ที่เป็น African American ก็เลยแอบคิดว่า ไม่แน่ว่าในช่วงชีวิตเรา อาจได้เห็น US president ที่เป็น Latino ก็เป็นได้
142. ที่นี่พออากาศเริ่มอุ่นขึ้นมานิดนึงปุ๊ป อย่าง spring นร.ฝรั่งก็จะเริ่มแต่งตัวกันแบบ summer ทันที ทั้งทีสำหรับคน tropical แล้ว มันยังหนาวอยู่เลย (ประมาณ 13-18oC) แล้วพอ summer ปั๊ป ชุดก็จะเป็นแบบ เสื้อกล้าม ขาสั้นสเมอ ซึ่งถ้าคุณไม่ใส่อะไรประมาณนี้ คุณก็จะแบบ…ข้อใดไม่เข้าพวกทันที
143. แรกๆคุณจะไม่ค่อยชินกับ Cinnamon (อบเชย) ที่ใส่ในขนมปัง และของหวานที่นี่ เพราะปกติที่ไทย กลิ่นอบเชยมันทำให้เรานึกถึงพะโล้ ซึ่งมันเป็นของคาว มันเหมือนเรากินขนมปังรสพะโล้ แต่สักพักคุณเริ่มชิน และคิดว่า อบเชยนี่มันก็เข้ากับของหวานเหมือนกันแหะ
144. ความรู้สึกของคุณกับ Whitening จะเปลี่ยนไป ด้วยความที่ ที่นี่ไม่ได้บ้าความขาวแบบคนเอเชีย คุณจะเริ่มรู้สึกว่า ดำแดดนิดๆหน่อยๆไม่เป็นไรหรอก ขอแค่ไม่ต้องเว่อร์อาบแดดแบบฝรั่งจนอาจเป็นมะเร็งเป็นพอ
145. ถ้ามีคนมาถามว่า สอบ Toefl, Ielts ยากไหม? ก็จะตอบว่า จะบอกว่ายากก็ยาก จะบอกว่าง่ายก็ง่าย ทำไมรู้ไหม ไม่ใช่เพราะเราเก่งภาษาอะไรนะ แต่เพราะการสอบ toefl คือการเลือกคะแนนที่ดีที่สุด นั่นมันสุดยอดมาก เพราะเราสามารถสอบกี่ครั้งก็ได้ (ถ้าไม่ท้อใจไปก่อน) มันไม่เหมือนในชีวิตจริง สอบในโรงเรียน (ที่แม้อาจจะง่ายกว่า toefl) ที่พอเราสอบแล้ว เรากลับไป regrade ไม่ได้ บางทีคะแนนบางอันโคตรแย่เลย แต่เรากลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว ก็เลยอยากจะบอกว่า การสอบ toefl นี่ ง่ายสุดยอดแล้ว ง่ายกว่าการทำธุรกิจ ง่ายกว่าการสอบในโรงเรียน ง่ายกว่าหลายๆอย่างในชีวิตคุณ ที่คุณกลับไปแก้ไขมันอีกไม่ได้แล้ว แต่ toefl ให้สิทธิ์คุณในการสอบกี่ครั้งก็ได้ นี่ไม่ใช่เรียกว่าง่ายหรอ?
146. ฝรั่งบางคนพอนึกถึงเมืองไทย เขาจะคิดถึงชายหาด ที่พักผ่อนสวยงาม อาหารมากมาย แต่รู้ไหมมีสิ่งหนึ่งที่ฝรั่งคนนั้นไม่ได้พูดถึง ว่าจริงๆที่เขาอยากไปเมืองไทยเพราะอะไร (อันนี้แอบคิดพิจารณาเอง) จริงๆแล้ว เพราะเมืองไทยมันถูก อันนี้คือประเด่นหลักมากๆ ยิ่งกว่าทะเลที่สวยงาม ฝรั่งบางคนยังไม่รู้เลยว่าภาษาไทยมันไม่เหมือนกับภาษาจีน (ถ้าเป็นคนที่ไม่ได้อยากไปเมืองไทยเพราะวัฒนธรรมที่แปลกใหม่จริงๆ) เพราะอะไร!ถึงคิดเช่นนั้น ถ้าคุณเคยไปทะเลแถว Mexico, Florida (ซึ่งมันใกล้อเมริกาและยุโรป) คุณจะรู้ว่าทะเลแคริบเบียนสีสวยมาก น้ำใสมาก โดยเฉพาะที่ Cancun ไม่เคยคิดว่าน้ำที่ติดกับพื้นแผ่นดินใหญ่ จะใสได้ขนาดนี้ แล้วสีสวยมาก ว่าง่ายๆคือใสกว่าเมืองไทยอ่ะ เพราะน้ำใสขนาดนี้ที่เมืองไทยต้องออกเรือไปที่เกาะเท่านั้น น้ำทะเลที่ติดกับแผ่นดินใหญ่ของไทยไม่ได้ใสแบบ แคริบเบียน และแหล่งท่องเที่ยวในประเทศอื่นๆที่สวยกว่าเมืองไทยก็มีเยอะแยะมากมาย ฝรั่ง backpacker ที่เคยเจอ พบว่า 80% เคยไปเมืองไทย และเขาเลือกที่จะไป South East Asia โดยเฉพาะเมืองไทย เพราะมันถูก (สำหรับเขา) ดังนั้นเราอาจจะหลงผิดไปได้ว่า เมืองไทยสวยงาม แล้วก็พรรณนาไปต่างๆนานา (หรือมโน) ว่าเลอค่า จริงๆ (ในความเห็นส่วนตัว) ‘เมืองไทยคุ้มค่ากับการมาเที่ยวสำหรับฝรั่ง’ เพราะเขาได้ทุกอย่างในราคาที่น่าพอใจ (เขาคุ้มเงินเขาว่างั้นเถอะ No offense! หมายถึงว่า ในราคาที่เท่ากัน เมืองไทยจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด)
147. การมาเรียนที่นี่ ให้ความรู้สึกเหมือนคุณว้าบมา มันเหมือนเรามาอยู่อีกมิติหนึ่ง มิตินี้มีแต่เราเท่านั้นที่มาใช้ชีวิตอยู่ เราได้เจอสิ่งใหม่ๆทุกวัน เพื่อนใหม่ หลายอย่าง ทำให้ความรู้สึกมันท่วมท้นมาก ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้หมดในวันเดียว แล้วมันจะมีแค่คุณคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจ เพราะมิตินี้มีแค่ตัวเรา แล้วพอเรากลับไปมันก็เหมือน ทุกอย่างที่ไทย เรากลับไปต่อติดเหมือนเดิม ที่มิติเดิม เหมือนวันแรกที่เราจากมา เฮ้ยแบบ เราว๊าบกลับมาสุวรรณภูมิ แล้ว2ปีนั้นมันกำลังกลายเป็นแค่ความทรงจำ [อารมณ์แบบ ที่พระเอกกวน มึน โฮ กลับมาถึงสุวรรณภูมิ เดินไปที่จอดรถ กำลังจะหยิบกุญแจรถ แล้วไปเจอ chip ในกระเป๋า นึกถึงนางเอก ที่เจอกันที่เกาหลี แล้วก็ทรุดไปคุกเข่าร้องไห้ เพราะรู้ว่าคงจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว แม้แต่ชื่อนางเอกก็ยังไม่รู้จัก] ประมาณในรูปอ่ะ อธิบายไม่ถูก (นี่ขนาดยังไม่ได้กลับนะเนี่ย จิตนาการซะ ฮา)
148. คนไทยมักคิดว่าอาหารไทยอร่อยที่สุดในโลก มันก็ไม่จริงเสมอไป มันก็ไม่เชิง คือแต่ละชาติก็จะชินอาหารในรสชาติที่คุ้นเคยกันมาแต่เด็ก ถึงแม้เขาจะบอกว่าอาหารชาติอื่นๆอร่อย แต่ comfort food ของเขามันก็จะกลับไปสิ่งที่เขาเคยชินอยู่ดี อย่างเคยไปเที่ยวกับฝรั่งที่อเมริกากลาง ก่อนกลับ เขาบอกเลย เขาคิดถึงอาหารที่บ้านเขามากกก รวมทั้งโชว์รูปอาหารที่เขาอยากกินให้ดู ซึ่งเป็นแนวขนมปัง ไก่อบ มันบด ทั้งๆที่ตอนเราไปอเมริกากลางมีความรู้สึกว่า เรากินอาหารแนวขนมปังเยอะมากเหมือนกัน คือ อาหารไทยรสชาติดีไหม อืมมม อันนี้แล้วแต่คน (ถ้าถามเรา เราเป็นคนไทย ก็ต้องบอกว่าดีสิ 55) แต่อาหารไทยรสจัด อันนี้จริง คือมันจัดจ้าน แล้วเป็นเอกลักษณ์มากจริงๆ คือถ้าไปร้านอาหารแนวเอเชียแล้วมีขายอาหารไทย แต่ถ้าพ่อครัวไม่ถนัดอาหารไทยนะ กินปั๊ปรู้เลยว่า พ่อครัวไม่ใช่คนไทย
149.วันหนึ่งก็คุยกันกับเพื่อนเรื่องความสวยของแต่ละชาติว่า ถ้าคนในชาติของคุณบอกว่าคุณสวยแล้วคนชาติอื่นจะคิดอย่างนั้นไหม?
เพื่อนอเมริกาก็บอกเลยว่า “If you’re beautiful in your country, you’re beautiful in the US. If you’re ugly in the US, you’re ugly everywhere.”
จบนะ ฮา

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s