About Me

สวัสดีค่ะ ชื่อเล่น ชื่อ เดียร์ (Dear) นะคะ 🙂 

Hello and welcome to my personal blog. My name is Lalita (my Thai nickname is เดีย). I am a travel enthusiast with a passionate mission to travel at least 100 countries around the world during my lifetime. I am excited to share my travel adventures with you and inspire you to explore the world around you.

I have created this blog (journeyaddict.com) to share my experience, tips and recommendations since 2015. However, the idea of sharing my journey initially started in the era of MySpace (primary social networking service) in 2005 when I had the first international trip from Bangkok (my hometown) to Singapore during the summer of my junior year in the university. Thank my mom for supporting me and seeing my potential to make that trip happened even traveling abroad as a Thai college student at that moment (almost 20 years ago) in a lower middle class family (not much money) who flew by plane for the first time (not even domestically flew by plane in Thailand) was way more difficult than the present. That trip unbelievably inspired me to travel the world.

Then, the social media providers changed as the time goes by. I moved the contents to Bloggang Pantip (a popular Thai blog provider) in 2013 before finally settling down at this site as Journey Addict.


Follow Me on Social Media:

Contact:

IMG_7818.JPG

  • Blogger
  • Certified tour guide
  • Certified tour leader
ตอนเด็กๆเรียนมัธยมที่โรงเรียน ญ ล้วนแห่งหนึ่ง ย่านสะพานกรุงธน  
ช่วงม.ปลาย มีโอกาสได้ประกวด Hotwave Music Award#7 (2003)
แล้วก็ได้ออกเทป (วงดนตรี ญ ล้วน วงหนึ่ง) ซึ่งออกมาได้อัลบั้มเดียวแล้วก็หายไป 555

เรียนจบป.ตรี ด้านวิศวะเคมี จากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าฯ ย่านพระรามเจ็ด 
(ช่วงอยู่มหาวิทยาลัยก็ได้มีโอกาสเล่นกับวงดนตรีประดู่แดงของ KMUTNB)

ปัจจุบันทำงานบริษัทสัญชาติไทยแห่งหนึ่ง ย่านบางซื่อ (55 จะให้เดาทำไมใช่ไหม) 
หลังทำงานด้านวิศวะได้ระยะหนึ่ง มีโอกาสได้ทุนไปเรียน ป.โท ที่อเมริกา 
(2012-2014) ซึ่งช่วงนั้นก็ได้ประสบการณ์ชีวิตเยอะเลย 

ต่อมา กลับมาทำงานต่อที่ไทย  
อยากลองอะไรใหม่ๆ ได้ไปลงเรียนคอร์สมัคคุเทศก์ที่ศิลปากร
ทำให้ได้แรงบันดาลใจมาเริ่มเขียน blog ท่องเที่ยว journeyaddict.com นี่ล่ะ
(เริ่มตอน Nov 2015)

มีช่วงที่เริ่มศึกษาภาษาสเปน เพราะตอนไปเรียนที่อเมริกา คนใช้ภาษาสเปนเยอะมาก
แต่ไม่มีโอกาสได้ศึกษาจริงจัง มาฟิตอีกรอบ อ่านเองจ้าาา 
อ่านเสร็จ ไปสอบ จนผ่าน DELE A2 คิดว่าที่เราพยายามมา 
น่าจะเป็นประโยชน์กับอนุชนไทยรุ่นหลังที่กำลังอ่านภาษาสเปนอยู่เช่นกัน...
งานรีวิวเลยต้องมาจ้า...ไปตามอ่านรีวิวเกี่ยวภาษาสเปนกันได้ค่าา

ระหว่างนั้นก็ได้รับโปรเจคจากที่ทำงานให้ทำโปรเจคร่วมกับทีมที่เวียดนาม
เลยรู้สึก...เราควรต้องพอสื่อสารกับคนเวียดนามได้บ้างม่ะ
พอนึกได้เช่นนั้น ระดับเราแล้ว...ก็ต้องลองไปเรียนม่ะ 55
ไม่พ้นงานรีวิวต้องมาอีกตามเคย ...ตามอ่านรีวิวภาษาเวียดนามได้ที่นี่จ้า

สักพักอยากลองอะไรใหม่ๆ (อีกล่ะ 55) ขะมักเขม้นอีกรอบ
เขียนหนังสือท่องเที่ยวขึ้นมาเล่มหนึ่งเกี่ยวกับการท่องเที่ยวในแอฟริกา 
ชื่อ "แอฟริกา ไม่เห็นด้วยตา"
สั่งซื้อออนไลน์กันได้ผ่านร้านนายอินทร์ naiin.com จ้า

ตอนนี้มาเริ่มรีวิวหนัง/ซีรีย์ เพราะเป็นคนดูหนังเยอะมาก 
เลยอยากมารีวิวความรู้สึกหลังดู ให้คนที่เป็นคอหนังเหมือนกันได้อ่านรีวิวกันจ้า
ติดตามได้ที่ hashtag ใน facebook 
พิมพ์ #journeyaddictรีวิว หรือ #journeyaddictreview
ถ้าสะดวกใน Blog นี้ ติดตามกันได้ผ่านลิงก์นี้ค่ะ journey addict รีวิวหนัง/ซีรีย์

ช่วงหลังๆมานี่ได้มาศึกษาเกี่ยวกับจิตวิทยาพัฒนาตัวเองด้วย
ใครสนใจนพลัษณ์ เอ็นเนียแกรม (Enneagram) 
ศาสตร์จิตวิทยามหัศจรรย์เพื่อความเข้าใจตัวเองและผู้อื่น 
ฝากติดตาม Facebook : Enneagram Addict -แกะนพลักษณ์- 
และ https://journeyaddict.com/enneagram/ 
https://enneagramaddict.weebly.com/ ด้วยนะคะ 
คอยติดตามล่ะกันน้า

จากสถานการณ์ Covid19 
ทำให้หลายๆทริปในต่างประเทศที่มี ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
ทริปรีวิวก็จะน้อยลง ตอนนี้เลยเริ่มหันมารีวิวร้านอาหารมากขึ้น
เพราะจริงๆก็เป็นคนชอบชิม ชอบลองร้านใหม่ๆอยู่แล้ว
#journeyaddictfoodreview
ติดตามกันได้ที่ journeyaddict รีวิวอาหาร

กลับมาเรื่องเที่ยว
เราเป็นคนที่ชอบท่องเที่ยวแบบวางแผน (วางแผนลา) 
ซึ่งอาจจะต่างกับนักท่องเที่ยวยุคใหม่ๆที่อาจจะเดินทางไปเรื่อยๆแบบไม่ได้วางแผน
....เฮ้ยย! 
จริงๆเราก็ยุคใหม่นะ แต่เป็นอีกแบบหนึ่งเท่านั้นเอง 55 (ก็มีงานประจำนี่หน่าา) 
เราเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นนักท่องโลก (World Traveler) ได้ในแบบของตัวเอง 
ในแบบที่เป็นตัวคุณ "Everyone can be a world traveler on his own way." 
คือ คุณอาจจะไปคนเดียว หรือ ไปกับเพื่อนทั้งคณะ คุณอาจจะไม่มีเงินเที่ยว 
ไปเที่ยวแต่ละทีจะต้องกัดก้อนเกลือกิน หรือ คุณอาจจะมีเงินเป็นหมื่นเป็นแสนในการเที่ยว 
แต่สิ่งสำคัญในการเที่ยวจริงๆ มันคือประสบการณ์ที่ได้ระหว่างทางที่จะอยู่กับคุณตลอดไป   

"There isn’t a right way to travel and there’s no medal for 
being the best traveler to have ever traveled."
- Buzzfeed Travel
มีหลายคนบอกให้ travel young (travel while you´re young.) มันดีมากเลยอ่ะ เที่ยวตอนเด็กๆเนี่ย เราก็ยังมีแรงเนอะ เราก็พยายามเก็บที่เที่ยวที่อยากไป แต่ไปยาก ไปถึก เอามา list จัด priority (จริงๆมันขึ้นอยู่กับเงินและเวลาขณะนั้นด้วยนะ 55) แล้วววว ถ้าเราก็เที่ยวไปเรื่อยๆจนเราเริ่มไม่ young แล้วเนี่ย (พูดแล้วเศร้า 55) แล้วเราจะยัง Travel ได้ไหม เราว่า....ยังได้อยู่นะ "It´s never too late to travel." (มันมีคำว่าไม่สายเกินไปที่คุณจะเที่ยว)
เราเป็นคนชอบการได้เจอคนหลายๆเชื้อชาติ (ตอนไปอยู่ที่อเมริกานี่ ชอบมากก คือ มันมีความรู้สึกว่าที่นี่มันเป็น melting pot จริงๆ) เราชอบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เรารู้สึกมันน่าสนใจ พอเราไปเที่ยวทุกครั้งเราจะรู้สึกได้ว่าเราเป็น global citizen เป็นประชากรของโลกใบนี้ ถ้าเราอยากจะไปเห็นในหลายๆส่วนของโลกที่เราอยู่มันก็น่าจะดีนะ เรามีหลายเรื่องที่อยากเขียน เราไม่อยากให้การเดินทางที่เกิดขึ้น ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป การเอาเรื่องราวต่างๆที่เราไปประสบพบเจอมาแบ่งปัน น่าจะเป็นประโยชน์กับผู้อื่นด้วย (จริงๆเรามีเรื่องราวใน bloggang [http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=goodidear] เก่าอยู่ เวบเพจนี้จะเป็นการเอาเรื่องราวมาเรียบเรียงใหม่ remake ด้วย + เรื่องราวที่เขียนใหม่) ถือว่าเป็นการแชร์ๆกันแล้วกันเนอะ ก็หวังว่าข้อมูลใน blog จะเป็นประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อยนะคะ 

ซึ่งเราจะไม่อวยที่เที่ยวนะ แบบดีอย่างนู้น ดีอย่างนี้ 
เอาแบบความรู้สึกจริงกันไปเล้ยยย 555
เราเริ่มเที่ยวจริงๆมาตั้งแต่ปี 2005 สิบกว่าปีที่แล้วเลยทีเดียว 555  อย่านับอายุกันเลยดีกว่า 55
จริงๆไม่เคยรู้ว่าตัวเองชอบเที่ยวมาก่อน ตอนช่วงม.ปลายและช่วงปี 1-2 มหาลัย (2003-2004) ก็จะวุ่นวายอยู่กับเรื่องดนตรีมาก สนุกกับการทำกิจกรรม วิชาเรียนก็ยาก กิจกรรมเยอะ งานแยะ หัวหมุนเลยเวลาจะสอบแต่ละที ไม่มีเวลาได้คิดเรื่องเที่ยว และประเด็นหลัก คือ ไม่มีเงิน 55
จนกระทั่ง....วันสุดท้ายของวันสอบปลายภาคตอนปี 2 ขึ้นปี3 (2005)
 ตอนนั้นเริ่มเย็นแล้ว กลุ่มเพื่อนมีธุระคุยกับอาจารย์ เราก็รอเพื่อนอยู่ที่หน้าภาค รอไปรอมาชักนาน
 เลยบอกเพื่อน เดี๋ยวไปรอใต้ตึกนะ ก็ลงลิฟท์ เดินไปใต้ตึก ตอนนั้นไม่มีใครอยู่ใต้ตึกเลย
 เหมือนวันสุดท้ายทุกคนรีบกลับบ้าน หรือไม่ก็ไปเดินห้างกันหมด
 ที่ม้านั่งมีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งวางอยู่ เราก็หยิบหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นขึ้นมาอ่านฆ่าเวลา
 เปิดไปเจอโฆษณาโปรโมชั่น Air Asia ลดราคา ก็คิดในใจ
 เฮ้ย!น่าสนใจ แล้วก็เก็บเอาข้อมูลนั้นมา search net ที่บ้าน
ตอนนั้น Air Asia น่าจะเปิดตัวมาได้ 1-2 ปี แต่จริงๆแถบไม่รู้จัก Air Asia เลย
 เพราะไม่ได้สนใจเรื่องเที่ยวมาก่อน อาจจะเคยเห็นผ่านๆแต่ก็ไม่เคยอยู่ในสายตา
 และเหมือนอยู่ดีๆมันเกิด spark แบบ เฮ้ย! ต้องไป ต้องไปอ่ะ ต้องไปให้ได้ (อารมณ์เนื้อเต้น 55)

ตอนนั้นไม่เคยไปต่างประเทศมาก่อน ไม่เคยแม้แต่ขึ้นเครื่องบิน

ภาษาตอนนั้นก็ไม่ได้จะดีนะ แค่เจอฝรั่งเราก็หน้าชาแล้ว ปากแบบอ้าไม่ขึ้น 55

(คือ…ถ้าเป็นภาษาอังกฤษของเราเมื่อสิบปีที่แล้ว เรื่อง reading โอเคนะ แต่ถ้า speaking นี่ แย่มากกกก  เราเข้าใจคนที่กลัวฝรั่งเลย เพราะเราเคยเป็นมาก่อน)

ใช้เวลาหาข้อมูลในเนต ทริป กทม.-สิงคโปร์ ทั้งคืน คืนนั้น วันถัดมาก็ไปขอแม่เพื่อไปเที่ยว
 ทริปนี้ช่วงปิดเทอม แม่บอกทันทีว่า "จะไปคนเดียวเหรอ ไม่ดีหรอก เอาน้องไปด้วยแล้วกัน"
 เรามีน้อง 2 คน น้องชาย 1 กับน้องสาว 1 แม่ให้เอาน้องชายไปด้วย ตอนนั้นน้องกำลังจะจบม.6
 ก็โอเคเลย คงเป็นเพราะไปสิงคโปร์ด้วย  แม่จึงอนุญาตให้ไปได้อย่างราบรื่น
สรุปทริปสิงคโปร์เลยเป็นทริปแรกในการท่องโลก และด้วยความที่ขอเงินแม่ไป (มีแค่ทริปสิงคโปร์ กับ ลาวเหนือ ซึ่งไปตอนเราอยู่มหาลัยที่ขอเงินแม่ไป นอกนั้นเที่ยวด้วยเงินที่หามาด้วยตัวเองล้วนๆ)
เราก็พยายามมากที่จะไม่ใช้เงินเยอะ จำได้ว่าเป็นทริปที่แกลบมาก ต้องกินมาม่า กินก๋วยเตี๋ยวจับกัง 55 (ทำไมชีวิตเรามันช่างลำบ๊ากกก ลำบาก) ต้องขอบคุณหนังสือพิมพ์ใต้ตึกวิศวะฉบับนั้นที่ไปกระตุ้นต่อมเที่ยวเราเมื่อสิบปีที่แล้วด้วยนะเออ
1432650549
s3400044.jpg
Lalita_Graduation2014_b

4 comments

  1. ไม่ว่าใครขอเพียงแค่กล้าที่จะก้าวขาออกไป โลกใบนี้ก็อยู่ใต้ฝ่าเท้าเราแล้ว 55555555555

    Like

Leave a reply to Chumpol Phua Cancel reply